
2025-03-31 14:27:40
ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่แค่เรื่องของวัยชรา เรียนรู้วิธีป้องกันก่อนสาย พร้อมข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในสังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าในปี 2023 มีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมมากกว่า 55 ล้านคนทั่วโลก และคาดว่าจำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 78 ล้านคนภายในปี 2030 หากไม่มีมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
แม้ว่าหลายคนจะเชื่อว่าภาวะสมองเสื่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่งานวิจัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนมุมมองนี้อย่างสิ้นเชิง โดยพบว่าปัจจัยเสี่ยงหลายประการสามารถป้องกันได้หรือชะลอการเกิดโรคได้
ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มของอาการที่ส่งผลต่อความสามารถในการจดจำ การคิด การใช้เหตุผล และการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมักพบในผู้สูงอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในวัยกลางคนได้เช่นกัน
ชนิดของภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อย ได้แก่:
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease): คิดเป็นประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยทั้งหมด มีสาเหตุจากการสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง
ภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด (Vascular Dementia): เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองบกพร่อง
สมองเสื่อมแบบผสม (Mixed Dementia): ผู้ป่วยมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุของสมองเสื่อมร่วมกัน
จากรายงาน Lancet Commission (2020) ระบุว่า มีอย่างน้อย 12 ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ ซึ่งรวมถึง:
การได้ยินบกพร่องในวัยกลางคน
การมีระดับการศึกษาในวัยเด็กต่ำ
การสูบบุหรี่
ภาวะซึมเศร้า
ความดันโลหิตสูง
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
โรคอ้วน
เบาหวาน
การสัมผัสมลภาวะทางอากาศ
การขาดการออกกำลังกาย
การขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
การบาดเจ็บที่สมอง
การจัดการปัจจัยเหล่านี้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้มากถึง 40% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญและชี้ให้เห็นว่า “การป้องกัน” ไม่เพียงเป็นไปได้ แต่ยังมีผลเชิงบวกอย่างชัดเจน
หลายคนเข้าใจผิดว่าภาวะสมองเสื่อมคือ “ภาวะความจำเสื่อม” หรือ “โรคคนแก่” แต่ในความเป็นจริง ภาวะสมองเสื่อมส่งผลมากกว่าด้านความจำ และมีผลกระทบทั้งต่ออารมณ์ พฤติกรรม บุคลิกภาพ และการทำกิจวัตรประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ ภาวะสมองเสื่อมในคนอายุน้อย (Young-onset dementia) ที่สามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทหรือซึมเศร้าแทน

การตรวจสมองหรือประเมินภาวะสมองเสื่อมในระยะเริ่มแรกสามารถช่วยให้:
วางแผนการดูแลล่วงหน้าได้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อชะลอการเสื่อม
เริ่มการรักษาหรือรับคำปรึกษาได้อย่างทันท่วงที
แบบประเมินเบื้องต้น เช่น MMSE (Mini-Mental State Examination) หรือ MoCA (Montreal Cognitive Assessment) เป็นเครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายในการประเมินภาวะรู้คิดเบื้องต้น
ในประเทศไทย ผู้ที่ต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองสามารถไปยังโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปที่มีแผนกประสาทวิทยา หรือคลินิกเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โดยมีทั้งการประเมินเบื้องต้นโดยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และการส่งต่อผู้เชี่ยวชาญหากพบความเสี่ยงสูง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุโดยหน่วยงานรัฐและเอกชน เช่น สปสช. หรือศูนย์สุขภาพชุมชนต่าง ๆ
แม้ภาวะสมองเสื่อมจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรับรู้เร็วและการดูแลแบบองค์รวมสามารถชะลอการเสื่อมของสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนอนหลับ การบริโภคอาหารสมดุล การฝึกสมอง และการดูแลสุขภาพจิตใจ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการป้องกัน
สำหรับ The Longevist เราเชื่อว่า “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” คือกุญแจสำคัญในการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ และเราพร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกก้าวของการดูแลสมองและสุขภาพโดยรวม
Livingston, G. et al. (2020). Dementia prevention, intervention, and care: 2020 report of the Lancet Commission. The Lancet, 396(10248), 413-446.
Nasreddine, Z.S. et al. (2005). The Montreal Cognitive Assessment, MoCA: a brief screening tool for mild cognitive impairment. Journal of the American Geriatrics Society, 53(4), 695-699.
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
![]() | ![]() | ![]() | ![]() |